โครงร่างการจัดการฐานข้อมูล
กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์)
1.ที่มาและความสำคัญ
ข้อมููล(Data) หมายถึง ข้อเท็จจริงหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สัตว์ สิ่งของสถานที่ ฯลฯ โดยอยู่ในรูปแบบที่ เหมาะสมต่อการสื่อสาร การแปลความหมายและการประมวลผลซึ่งข้อมูลอาจจะได้มาจากการสังเกต การรวบรวม การวัด ข้อมูลเป็นได้ทั้งข้อมูลตัวเลขหรือสัญญลักษณ์ใด ๆ ที่สำคัญจะต้องมีความเป็นจริงและต่อเนื่องตัวอย่างของข้อมูล เช่น คะแนนสอบ ชือนักเรียน เพศ อายุ เป็นต้น
สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อมูลที่ได้ผ่านกระบวนการประมวลผลแล้ว อาจใช้วิธีง่าย ๆ เช่น หาค่าเฉลี่ยหรือใช้เทคนิคขั้นสูง เช่น การวิจัยดำเนินงาน เป็นต้นข้อมูลที่เราพบเห็นทุกวันนี้ มีหลายรูปแบบ เช่น เป็นตัวเลข ข้อความ รูปภาพ เสียงต่าง ๆ เราสามารถรับรู้ข้อมูลได้จากส่วนต่าง ๆ ดังนี้
2.1 เพื่อเป็นแหล่งให้ความรู้เกี่ยวกับฐานข้อมูล
2.2 เพื่อศึกษาการจัดการฐานข้อมูล
2.3 เพื่อนำไปใช้งานอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการฐานข้อมูล
3. ขอบเขตของโครงงาน(ระบุขอบเขตของงานที่ต้องการทำใช้เครื่องมือและอุปกรณ์อะไรบ้าง)
3. ขอบเขตของโครงงาน(ระบุขอบเขตของงานที่ต้องการทำใช้เครื่องมือและอุปกรณ์อะไรบ้าง)
3.1 วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือหรือโปรแกรมหรือที่ใช้ในการพัฒนา ได้แก่
3.1.1 เครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมเชื่อมต่อระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
3.1.2 3.ศึกษาโปรแกรม word 2013
3.1.3 โปรแกรม google classroom
3.1.4 โปรเเกรม er diagram
4. ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน
4. ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน
1. ทำให้เรารู้และเข้าใจการทำงานของโปรเเกรมและฐานข้อมูล
2. สร้างความพึงพอใจให้กับคนที่เข้ามาเยี่ยมชมผลงานของเรา
3. รู้หลักการแลกขั้นตอนการทำงาน
4. ให้คนที่มาศึกษางานได้เห็นคุณค่าของโปรแกรมที่ช่วยทำงานและเก็บข้อมูลมากขึ้น
ในการศึกษาเรื่องการจัดการฐานข้อมูลผู้จัดทำโครงการได้รวบรวมแนวคิดทฤษฎีและหลักการต่างๆจากเอกสารที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
การจัดการฐานข้อมูลเริ่มต้นจากการที่องค์การบริหารการบินและอวกาศสหรัฐอเมริกา หรือนาซาได้ว่าจ้างบริษัทไอบีเอ็ม (IBM) ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ออกแบบระบบเก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการสำรวจดวงจันทร์ในโครงการอะพอลโล (โครงการอะพอลโลเป็นโครงการสำรวจอวกาศอย่างจริงจัง และมีการส่งมนุษย์ขึ้นบนดวงจันทร์ได้สำเร็จด้วยยานอะพอลโล 11) ได้พัฒนาระบบการดูแลข้อมูลเรียกว่า ระบบ GUAM ( Generalized Upgrade Access Method) ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของระบบการจัดการฐานข้อมูล
ต่อมาบริษัท ไอบีเอ็ม ได้พัฒนาระบบการจัดการฐานข้อมูลขึ้นมาใหม่เพื่อให้ใช้งานกับธุรกิจทั่วๆ ไปได้ เรียกว่า DL/I (Data Language/I ) จนในที่สุดก็ได้กลายมาเป็นระบบ IMS ( Information Management System)
ในช่วงปี พ.ศ. 2525 มีการนำระบบฐานข้อมูลเข้ามาใช้กับคอมพิวเตอร์อย่างเต็มที่ ได้มีการคิดค้นและผลิตซอฟต์แวร์เกี่ยวกับฐานข้อมูลออกมามากมาย การเจริญเติบโตของการจัดการฐานข้อมูลรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับระบบคอมพิวเตอร์และมีการพัฒนามาจนถึงทุกวันนี้
ปัจจุบันได้มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเก็บข้อมูล โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทั่วไปโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องเขียนโปรแกรมเอง เพียงแต่เรียนรู้คำสั่งการเรียกใช้ข้อมูลหรือการจัดการข้อมูล เช่น การป้อนข้อมูล การบันทึกข้อมูล การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อมูล เป็นต้น
ในอดีตยุคที่มีไมโครคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นแรกๆ โปรแกรมสำเร็จรูปทางด้านการจัดการฐานข้อมูลที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ Personal Filling System) ต่อมาได้มีโปรแกรมฐานข้อมูลเพิ่มขึ้นหลายโปรแกรม เช่น Datastar DB Master และ dBASE II เป็นต้นโดยเฉพาะโปรแกรม dBASE II ได้รับความนิยมมาก จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2528 ผู้ผลิตได้สร้าง dBASE III Plus ออกมาซึ่งสามารถจัดการฐานข้อมูลแบบสัมพันธ์ (relational) เชื่อมโยงแฟ้มข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกัน ค้นหา และนำมาสร้างเป็นรายงานตามความต้องการได้สะดวก รวดเร็ว ต่อมาได้มีการสร้าง โปรแกรมสำเร็จรูปเกี่ยวกับฐานข้อมูลออกมา เช่น FoxBASE, FoxPro, Microsoft Access และ Oracle เป็นต้น
3. อุปกรณ์และการดำเนินการ
การจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์เรื่องธนบัตรไทย คณะผู้จัดทำโครงงานมีวิธีการดำเนินงานโครงงานตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
3.1ขั้นตอนการดำเนินงาน
|
3.2 ชื่อสมาชิก
นาย กรธวัช ควงขุนทด ชั้นม.6/1 เลขที่ 5
นาย รัฐภูมิ มากขุนทด ชั้่นม.6/1 เลขที่ 6
นางสาว พรนิภา เชื่อมขุนทด ชั้นม.6/1 เลขที่ 20
3.3 เอกสารอ้างอิง
http://groupessential.blogspot.com/p/blog-page_2215.html
https://www.blogger.com/blogger.g? blogID=8913350547272436443#editor/target=post;postID=1438242970614015855;onPublishedMenu=allposts;onClosedMenu=allposts;postNum=1;src=postname
